«

»

Sep 16

Re: Evening news Update..September 16,2012

Watch…VoiceTv….September 16,2012
 
นายกฯ สั่ง ‘ยงยุทธ-ปลอดประสพ’ ถกด่วนน้ำท่วม
 
นายกฯ สั่ง”ยงยุทธ-ปลอดประสพ”เรียกประชุมด่วนแก้ปัญหาน้ำท่วมสุโขทัย
 
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย และนายปลอดประสพ สุรัสวดี รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ในฐานะประธานคณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย(กบอ.) ประชุมด่วนผ่านระบบวีดิโอคอนเฟอร์เร้นร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย เนื่องจากเกิดปัญหาแนวบิ๊กแบ็กและตะแกรงกาเบี้ยนที่สร้างขึ้นเพื่อซ่อมรอยรั่วแนวพนังกั้นน้ำริมแม่น้ำยมของเขตเทศบาลเมืองสุโขทัยธานีเกิดปัญหาน้ำรั่วเข้าได้อีกครั้ง
 
 ขณะที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) รายงานสถานการณ์อุทกภัยปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบอุทกภัย 10 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย พิษณุโลก นครสวรรค์ ชัยนาท สุพรรณบุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ชัยภูมิ ลำปาง และจังหวัดแพร่ รวม 42 อำเภอ 219 ตำบล 1,224 หมู่บ้าน ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 52,973 ครัวเรือน 136,650 คน พื้นที่การเกษตรได้รับผลกระทบ 168,143 ไร่
 
Source : news center/infoquest/facebook.com/Y.Shinawatra(Image)
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 
ปชช.สุโขทัยหวั่นน้ำท่วมซ้ำ ชลประทานมั่นใจบิ๊กแบ็กแข็งแรง

สถานการณ์น้ำในจังหวัดสุโขทัย หลังมีรายงานข่าวว่า มีการสั่งอพยพประชาชน เนื่องจากปริมาณน้ำในแม่น้ำยม เพิ่มสูงขึ้นและซึมผ่านทะลักแนวบิ๊กแบ็คเข้าไปยังตลาดเทศบาลสุโขทัย

 ล่าสุดผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 4 กรมชลประธาน ระบุ ขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก เพราะมั่นใจว่า แนวบิ๊กแบ็คยังมีความแข็งแรงและทนต่อสถานการณ์น้ำได้

นายอาจิตร์ สุวานิชวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักชลประทานที่ 4 กรมชลประทาน รับผิดชอบในพื้นที่สุโขทัย เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำยมเพิ่มขึ้นหลังมีน้ำเหนือไหลลงมาจำนวนมาก แต่คาดว่าสถานการณ์จะไม่รุนแรง พร้อมมั่นใจ แนวบิ๊กแบ็คยังมีความแข็งแรง

by Passavee

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

เพื่อไทยวอน กทม.ตรวจสอบอุโมงค์ยักษ์

http://news.voicetv.co.th/thailand/50529.html

โฆษกเพื่อไทย เผย พรรคมีมติให้ ส.ส.ลงพื้นที่น้ำท่วม สำรวจความเดือดร้อนของประชาชน เพื่อเสนอต่อรัฐบาลให้ดำเนินการแก้ไขต่อไป ส่วนรายชื่อผู้ที่จะลงสมัครผู้ว่า กทม.นั้น จะมีการเปิดเผยในต้นเดือนตุลาคมนี้

 ายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมบางพื้นที่ว่า ขณะนี้พรรคเพื่อไทย มีมติให้สมาชิกพรรค ลงพื้นที่เพื่อสำรวจปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน ที่่ประสบอุทกภัยและนำข้อมูลที่ได้มาแจ้งต่อที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ในวันอังคารที่ 18 กันยายนนี้ เพื่อให้รัฐบาลได้เข้าไปช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ตรงจุด ซึ่งถือเป็นการทำงานแบบบูรณาการระหว่างพรรคเพื่อไทยกับรัฐบาล

นอกจากนี้ โฆษกพรรคเพื่อไทย ยังระบุอีกว่า สัปดาห์ที่ผ่านมามีประชาชนเข้าร้องเรียนเพื่อขอให้พรรคเพื่อไทยเข้าไปตรวจสอบอุโมงค์ยักษ์ทั้ง 7 แห่ง ของกรุงเทพมหานคร เนื่องจากประชาชนส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าอุโมงค์ยักษ์ของกรุงเทพมหานคร จะสามารถรับมือกับปัญหาน้ำที่อาจจะเกิดขึ้นในปีนี้ได้

 งเรียกร้องให้หม่อมราชวงศ์ สุขุมพันธ์ บริพัตร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ออกมายืนยันและพิสูจน์ให้ประชาชนมั่นใจว่า หากมีน้ำท่วมในเขตกรุงเทพมหานครอุโมงค์ยักษ์จะสามารถระบายน้ำได้ทัน

นอกจากนี้ นายพร้อมพงศ์ยังได้กล่าวถึงการประชุมร่วมกันระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน และกองทัพบก ในการหารือเพื่อหาวิธีการแก้ปัญหาความรุนแรงในพื้นที่3จังหวัด ในวันอังคารที่ 18 กันยายนนี้ว่า ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ทุกภาคส่วนเข้ามาให้ความร่วมมือในการหาทางออกดับไฟใต้

อีกทั้งเชื่อว่า ความร่วมมือจากภาคการเมือง ภาครัฐ ในครั้งนี้จะสามารถหาทางออกปัญหาความรุนแรงในพื้นที่ 3 จังหวัดระยะยาวได้

ส่วนกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยจะส่งใครลงสมัครผู้ว่ากรุงเทพมหานครนั้น นายพร้อมพงศ์เปิดเผยว่า ในช่วงต้นเดือนตุลาคม พรรคเพื่อไทยจะมีรายชื่อบุคคลที่เหมาะสมออกมาชัดเจนว่า สมาชิกพรรคคนใด เหมาะสมที่จะลงสมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

‘รอยล’ เผยห่วงระบายน้ำ กทม

http://news.voicetv.co.th/thailand/50509.html

กบอ. ยังเชื่อมั่นในแผนการบริหารจัดการน้ำ แต่ห่วงเรื่องฝนที่ยังตกหนักต่อเนื่องและการระบายน้ำของกรุงเทพมหานครที่อาจจะดูแลได้ไม่ทั่วถึง

 นายรอยล จิตรดอน ประธานคณะอนุกรรมการการติดตามวิเคราะห์สถานการณ์น้ำและจัดสรรน้ำ คณะกรรมการบริหารจัดการน้ำและอุทกภัย หรือ กบอ. กล่าวว่า ยังเชื่อมั่นในแผนจัดการน้ำแบบเดิม เพราะเป็นมาตรการที่ดี ในการดูแลหลักสมดุลของน้ำ และทำให้ไม่ต้องเร่งระบายน้ำในเขื่อน ขณะนี้ปริมาณน้ำในเขื่อนสิริกิติ์ มีเพียงร้อยละ 60 ส่วน เขื่อนภูมิพล มีเพียงร้อยละ 54

อีกทั้งน้ำจาก จังหวัดนครสวรรค์ ก็พบว่า ทรงตัวแล้ว พร้อมยืนยัน ไม่มีน้ำมวลใหญ่เข้ามาเพิ่มเติม มีเพียงมวลน้ำปกติ ประมาณพันล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งต่างจากปีที่ผ่านมา ที่มีมากถึง 8 พันล้านลูกบาศก์เมตร

แต่อย่างไรก็ตามส่วนตัว ยังห่วงเรื่องฝนและการระบายน้ำในกรุงเทพมหานคร เพราะจะมีฝนตกหนัก ไปจนถึงวันที่ 17 กันยายน นี้ อีกทั้งคลองในซอย กรุงเทพมหานคร ยังมีจำนวนมากถึง 1,600 คลอง จึงไม่สามารถไปดูแลอย่างทั่วถึงได้ พร้อมทั้งไม่ทราบว่า มี กทม.เข้าไปดูแลหรือไม่

ทั้งนี้ ฝนที่จะตกหนักไม่ใช่พายุแต่อย่างใด เป็นเพียงหย่อมความกดอากาศต่ำเท่านั้น ซึ่งขณะนี้ ยังระบายน้ำเรื่อยๆ และเป็นปกติ

 วนน้ำในทุ่งเจ้าพระยา ปีนี้ก็มีเพียง 300 กว่าล้านลูกบาศก์เมตร 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

Asia Update..September 16,2012
 
ประชาชนข่าว(เช้า) 16-9-55
 
ตรงไปตรงมา 16-9-55
 
The Exclusive 16-9-55
 
สะเก็ด…การเมือง 16-9-55
 
ข่าวเที่ยงDNN 16-9-55
 
คอลัมน์อัพเดท เดินหน้าสยบ น้ำเหนือ – ไฟใต้ 16-9-55
 
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 
Various Clips
 
ทักษิณโฟนอิน รำลึก6ปีรัฐประหาร 15กย55
 
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 
Various News Update..September 16,2012
 
ลุกลามหนัก! สหรัฐสั่งเจ้าหน้าที่ออกจากสถานทูตตูนิเซีย,ซูดาน-“อัล เคด้า” สะใจ ยุให้มุสลิมโจมตีเพิ่ม
 
“ชัชชาติ”เปิดใจ ไม่ขอลงสมัครผู้ว่าฯกทม. คุณแม่โทร มาขอร้องอย่าลงเลย ไม่เหมาะ
 
ถล่มฐานเจ้าชายแฮร์รี่ อัลเคด้าโผล่รับฆ่าทูตมะกันในลิเบีย มุสลิม20ปท.ฮือประท้วง
 
พท. เย้ย ปชป.ตัวตลก อ้างไอซีซีรับคดีฆ่าตัดตอน จี้สอบในไทยก่อน
 
พร้อมพงศ์อัด “ผู้ตรวจการฯ” มีนัยยะทบทวนพาสปอร์ตแม้ว
 
พท.เรียกร้อง ส.ว.ตรงไปตรงมา ลงมติถอดถอน “สุเทพ”
 
พท.ข้องใจอุโมงยักษ์ระบายน้ำพระโขนงเสีย
 
โฆษก พท.เล็งจี้ “ผบ.ตร.” จับกุมแม่ ส.ส.ปชป.ยักยอกทรัพย์ธนาคาร หวั่นหมดอายุความ
 
เสฐียรพงษ์ วรรณปก : เมื่อคนชั่วถูกแผ่นดินสูบ
 

“อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สัญญาณใหม่การเมือง

 
สุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร : เชื้อไฟ
 
“ยิ่งลักษณ์” สวยสะบัด(มือ) !!!!
 
“ปู”-“มาร์ค”-“บิ๊กตู่” ส่งสัญญาณใหม่ แก้ปัญหาไฟใต้!
 
พลิกฉากชีวิต”นพดล ปัทมะ” “อารามบอย-เสนาบดี-โทรโข่งทักษิณ”
 
สุขุม นวลสกุล รำลึก 6 ปี “รัฐประหาร” การแก้ปัญหาอย่างทันท่วงที(แบบไทยๆ)
 
::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 
Various News UNDD
 

‘ป๋าเปรม’ วอนอย่าให้คนไม่ดีมีที่ยืน

 

คมชัดลึก 16 กันยายน 2555 >>>

ประธานองคมนตรี มอบทุนการศึกษาที่โคราช กล่าวให้โอวาท “คนดีก็มีที่ยืนเยอะ คนไม่ดีก็ยังมีที่ยืนอยู่ หน้าที่ของเราก็คือ สร้างคนดี เบียดคนไม่ดีให้ไม่มีที่ยืน ในชาติบ้านเมืองของเรา”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 09.15 น. วันที่ 16 ก.ย. 55  ที่หอประชุมเปรม ติณสูลานนท์ ด้านหลังศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เดินทางมาเป็นประธานมอบทุนการศึกษา “มูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ จังหวัดนครราชสีมา” โดยมีนายสมบูรณ์ งามลักษณ์ สมาชิกวุฒิสภา นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ว่าที่อธิบดีกรมการปกครอง พลโทจีระศักดิ์ ชมประสพ แม่ทัพภาคที่ 2 พลตำรวจโทภาณุ เกิดลาภผล ผบช.ภาค 3 รวมทั้ง หัวหน้าส่วนราชการ และตัวแทนภาคเอกชน ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งทุนฯ ครั้งนี้ พิจารณามอบให้แก่ พระภิกษุ สามเณร นักเรียน นักศึกษา ที่เรียนดี มีความประพฤติดี แต่มีฐานะยากจนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และมอบให้แก่บุตรทหาร ตำรวจ ที่เสียชีวิต หรือทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ ประจำปี พ.ศ. 2555 จำนวน 1,872 ทุน เป็นเงินจำนวน 5,468,400 บาท และมอบรางวัลการประกวดโครงงานนักเรียน นักศึกษาภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประจำปี พ.ศ. 2555 จำนวน 118 ผลงาน จำนวนเงิน 2,231,110 บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 7,699,510 บาท
หลังจากเสร็จสิ้นพิธีฯ ประธานองคมนตรี กล่าวให้โอวาทแก่ผู้ที่เข้ามาร่วมกิจกรรม ว่า “กระผมรู้สึกดีใจ และซาบซึ้งเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มีโอกาสอีกครั้งในการเดินทางมาพบปะกับบรรดาผู้ที่สนับสนุน ดูแล และสำคัญที่สุดคือการมีส่วนร่วมในการผลักดันมูลนิธิฯ ให้ดำเนินการมาถึงครั้งที่ 10 กระผมจึงต้องขอพูดประโยคเดิมนี้ซ้ำๆ ทุกปี โดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงความรู้สึกที่พิเศษเหล่านี้ได้ สำหรับในปีนี้นั้น ได้มีการเพิ่มรางวัลประกวดโครงงานประเภทคุณธรรม จริยธรรม เข้ามาเป็นโครงงานฯ ใหม่ สำหรับมูลนิธิฯ ซึ่งกระผมมีความกังวล และห่วงใยว่าผู้ที่เกี่ยวข้องในการริเริ่ม และจัดการประกวดโครงงานด้านคุณธรรม จริยธรรม นั้นมีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ของประโยคเหล่านี้ มากน้อยเพียงไร และตีความหมายตรงกันหรือไม่ หากเข้าใจไม่ตรงกัน ก็จะเกิดความสับสน เกิดปัญหาตามมาอีกนานัปการ เพราะนอกเหนือจากคำว่า จริยธรรม คุณธรรม ก็ยังมีอีกหลากหลายประโยคที่บ่งบอกถึงความหมายเดียวกันได้ เช่น ความดี ศีลธรรม ฯลฯ
แต่เมื่อกระผมได้เข้ามาสู่บรรยากาศ ณ สถานที่แห่งนี้ ก็มีความมั่นใจว่าคณะผู้จัดการประกวดนั้นคงเข้าใจถึงจุดประสงค์ของคำเหล่านี้ สาเหตุที่กระผมต้องนำเรื่องนี้มาพูด เนื่องจากต้องการให้ผู้ที่เป็นแบบอย่างแก่เด็กเยาวชนของชาติ ได้ตระหนัก และหันมาให้ความสำคัญเกี่ยวกับการสร้างคนดี หากพวกเราที่เป็นผู้หลัก ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ช่วยกันพยายามสร้างจิตสำนึกให้เยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ บังเกิดความเข้าใจในคุณธรรม จริยธรรม อย่างถ่องแท้ ชาติบ้านเมืองของเราจะไม่มีคนโกง แล้วจะบังเกิดความภาคภูมิใจ ที่เราสามารถสร้างคนที่ไม่โกงตัวเอง ไม่โกงพ่อ แม่ ครู อาจารย์ ไม่โกงสังคม รวมทั้งชาติบ้านเมือง จากสถานการณ์ในปัจจุบัน นั้นได้แสดงออกให้เห็นว่า ชาติบ้านเมืองของเราในขณะนี้ เริ่มปล่อยปละละเลยที่จะสร้างคนดี หากไม่สนใจใยดี มิหนำซ้ำผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ประพฤติตนไม่ดีจนเป็นแบบอย่างวัฒนธรรมที่ผิด กระผมขอหยิบยกประโยคที่ว่า ‘คนดีจะมีพื้นที่ยืนมาก คนไม่ดีก็มีพื้นที่ยืนเช่นกัน ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของเราทุกคนที่จะสร้างคนดีให้ยืนอยู่บนสังคมไทยอย่างหนาแน่นเต็มบ้าน เต็มเมือง เพื่อเบียดคนไม่ดีให้ไม่มีพื้นที่ยืนอีกต่อไป’ กระผมมีหนังสือเรื่องราวเกี่ยวกับ ‘คุณธรรม’ ของราชบัณฑิตสถานซึ่งได้รวบรวม และตีความเป็นบทความสั้นๆ มามอบให้แก่ แม่ทัพภาคที่ 2 ในฐานะประธานคณะกรรมการมูลนิธิ ฯ แล้วหวังว่าแม่ทัพภาคที่ 2 จะนำข้อความที่กระผมมอบให้นำไปเผยแพร่ต่อไป”

:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

 

นปช. สัญจร: งาน “6 ปีรัฐประหาร คนสั่งการยังลอยนวล”

ทีมข่าว นปช.
16 กันยายน 2555

วานนี้ (15 ก.ย. 55) แกนนำ นปช. ร่วมงาน “6 ปีรัฐประหาร คนสั่งการยังลอยนวล” ณ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพ
อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ กล่าวว่า รัฐประหาร 2549 เป็นรัฐประหารครั้งที่ 20 ของประเทศไทย นับตั้งแต่ปี 2475 เฉลี่ยทุก 4 ปีมีรัฐประหาร 1 ครั้ง เร็วกว่าเปลี่ยนแฟชั่นกระโปรงเสียอีก ซึ่งการรัฐประหารแต่ละครั้งทำให้ประเทศไทยเสียโอกาส
ร.5 ทรงเปิดประเทศไทยในเวลาไล่เลี่ยกับญี่ปุนเปิดประเทศ แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นล้ำหน้ากว่าประเทศไทยมาก เทคโนโลยีของญี่ปุ่นก้าวหน้ากว่าประเทศไทยมาก แม้แต่เกาหลีใต้ก็ยังมีความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีระดับโลก ทั้งที่เมื่อไม่กี่สิบปีที่ผ่านมาเกาหลียังมีสงครามกลางเมืองจนต้องแบ่งประเทศออกเป็น 2 ประเทศ
สิงคโปร์ และมาเลเซียซึ่งอยู่ใกล้กับประเทศไทยมากที่สุดยังมีเทคโนโลยีที่ก้าวหน้ากว่าประเทศไทย ทุกประเทศที่กล่าวมาล้วนไม่มีการรัฐประหารมากว่า 100 ปี ประเทศไทยคงต้องเทียบเคียงกับพม่าที่ปกครองโดยรัฐบาลทหารมาอย่างยาวนาน ข้อมูลเมื่อ 2 ปีที่ผ่านมาระบุว่า พม่าเป็นเพียงประเทศเดียวในอาเซียนที่มีผลผลิตข้าวเฉลี่ยต่อไร่ต่ำกว่าประเทศไทย แม้แต่ลาวก็ยังมีผลผลิตสูงกว่าประเทศไทย
ปี 2534 ตนเองไม่เชื่อว่าจะมีการรัฐประหาร แต่ก็เกิดขึ้นจนได้ แต่ก็ยังไม่ประหลาดใจเท่ากับการรัฐประหารปี 2549 การรัฐประหารแต่ละครั้งหากเทียบกับสมัยสมบูรณาสิทธิราชย์ถือเป็นการเปลี่ยนราชวงศ์ใหม่
การเปลี่ยนแปลงที่ก้าวหน้าของประเทศไทยมีเพียง 2 ครั้งคือ ปี 2475 และ 2476 ซึ่งนำโดยพระยาพหลพลพยุหเสนา ปี 2475 ถือเป็นการ “ปฏิวัติ” ซึ่งเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองที่ล้าหลังไปสู่ความก้าวหน้า ส่วนการรัฐประหารครั้งอื่นๆเป็นรัฐประหารที่ทำให้ประเทศไทยล้าหลังทั้งสิ้น
การรัฐประหาร 2549 เป็นการรัฐประหารเพื่อทวงคืนอำนาจของ “ทุนอำมาตย์” จากพรรคการเมือง “ทุนใหม่” ซึ่งนำโดย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในครั้งนั้นฝ่ายอำมาตย์คิดก่อรัฐประหารเพื่อต่อต้าน “นายทุน” แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลับกลายเป็นต่อต้าน “ประชาชน” เพราะประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทยยืนอยู่เบื้องหลังของ พ.ต.ท.ทักษิณ
ฝ่ายอำมาตย์คิดว่า การรัฐประหารครั้งนี้เป็นการแย่งชิงอำนาจคืนจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็น “นายทุนใหม่” โดยใช้วิธีแบบจารีตนิยมคือ การประหารชีวิต 7 ชั่วโคตร และริบทรัพย์ และมองคนเสื้อแดงเป็นคอมมิวนิสต์จึงใช้วิธีปราบปรามแบบยุคสงครามเย็น
ตนเองขอยืนยันว่า ขณะนี้คู่ต่อสู้ของอำมาตย์ไม่ใช่ พ.ต.ท.ทักษิณ แต่เป็นประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศไทย แม้ผ่านการรัฐประหารมา 6 ปี แต่เครือข่ายอำนาจของอำมาตย์ยังคงฝังตัวอยู่ทั่วประเทศไทย
อำมาตย์พยายามสร้างนิยาย โดยสร้างภาพให้ตัวเองเป็นฝ่ายจริยธรรม, คุณธรรม และใส่ร้ายคนเสื้อแดงเป็นคนเลว โดยมี พ.ต.ท.ทักษิณ เป็น “ทุนสามานย์” ดังนั้นตนเองจึงเห็นว่า หากมองคนเสื้อแดงเป็น “อสูร” ประเทศนี้ก็คงมีอสูรอยู่เต็มประเทศ จึงควรอัญเชิญ “เทพ” เหล่านี้ไปอยู่ที่อื่น
“ความดี” และ “ความเลว” เป็นสิ่งที่ฝ่ายอำมาตย์ตัดสินเอง เพราะ “คนดี” ของคนเสื้อแดงคือ คนดีของประชาชน ไม่ใช่คนดีของอำมาตย์ คนดีของอำมาตย์ที่ไม่สร้างความยุติธรรมควรถือเป็นคนดีประเภทไหน ?
การรัฐประหาร 2549 ยังไม่จบสิ้น เพราะ รธน. จากการรัฐประหารยังคงอยู่ เป็น รธน. ที่ต้องทนรับเพื่อให้เกิดการเลือกตั้ง ขณะที่ฝ่ายอำมาตย์พยายามทำทุกอย่างเพื่อรักษา รธน. ฉบับนี้ ทุกวันนี้อาจไม่มีการรัฐประหารด้วยรถถัง แต่มีอย่างอื่นเข้ามาแทนที่คือ กม. และองค์กรอิสระ สิ่งเหล่านี้คือ “มรดกบาป” ที่อำมาตย์สร้างไว้เพื่อไม่ต้องการคืนอำนาจให้กับประชาชน อำมาตย์ยุบพรรคการเมืองที่ไม่ใช่ฝ่ายของตัวเองครั้งแล้วครั้งเล่า ยกเว้น ปชป. เพราะ ปชป. เป็นพรรคการเมืองของฝ่ายอำมาตย์ แต่ตนเองเชื่อว่า ต่อไปนี้คนเสื้อแดงจะไม่ยอมอีกต่อไป
องค์กรอิสระคอยแต่จะจับผิดนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามอำมาตย์ เป็นเรื่องน่าละอายที่ยังอวดอ้างตนเองเป็น “เทพ” นอกจากนี้อำมาตย์ยังมีความพยายามที่จะเอาแกนนำ นปช. เข้าเรือนจำอยู่ตลอดเวลา 

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

‘เหวง’ อัดอำมาตย์ใช้ข้ออ้างลวงโลกในการทำรัฐประหาร

 
Facebook นพ.เหวง โตจิราการ 16 กันยายน 2555 >>>

วันนี้ (16 ก.ย. 2555) นพ.เหวง โตจิราการ กล่าวขอบคุณคนเสื้อแดงที่อุตส่าห์เดินทางเข้าร่วมงาน “6 ปีรัฐประหาร ผู้สั่งการยังลอยนวล” แม้ว่าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนักก็ตาม นอกจากนี้ นพ.เหวง ยังระบายความรู้สึกอัดอั้นออกมาดังนี้

ข้ออ้างทำลาย ‘ทักษิณ’ เหมือน 6 ตุลาคม 2519

เพื่อนๆครับ งาน 6 ปี 19 ก.ย. 53 ก็ผ่านไปด้วยความคึกคักพอควรครับ ที่ว่าพอควร เพราะฝนตกหนักมากตั้งแต่เที่ยงวันยันสามทุ่มเลยครับ แต่คนเสื้อแดงไม่ได้ประหวั่นพรั่นพรึงไม่ได้ถอยเลยครับ ต้องกราบขอบพระคุณพี่น้องเสื้อแดงทุกท่านที่ยืนหยัดเหนียวแน่นร่วมงานกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างรุนแรงไม่ถอยหนีแม้แต่น้อย
ผมเองมีเวลาปราศรัยกับพี่น้องไม่มากพอกับสิ่งที่อยากจะพูด จึงขอนำมาบอกกล่าวในเฟซบุ๊คแห่งนี้เพิ่มเติมบางอย่างครับ
ประการแรก ข้ออ้างของการรัฐประหาร ตั้งแต่ครั้งแรกที่ อ.ปรีดี โดนพระยามโนปกรณ์ฯโค่นจนถึงวันนี้ (22 ครั้ง) ก็ยังคงเหมือนเดิม และต่อไปในอนาคตผมคาดเดาไว้ว่าก็ยังคงเหมือนเดิมอีกนั่นแหละ ทั้งๆที่เป็นเรื่องโกหกโดยสิ้นเชิง นั่นคือ
1. ล้มเจ้า
2. สร้างระบอบประธานาธิบดี (หรือคอมมิวนิสต์)
3. คอรัปชั่นโกงกินอย่างมหาศาล
จากนี้ก็อาจจะมีข้ออื่นแซมเข้ามาบ้างเช่น แทรกแซงองค์กรอิสระ (นายกฯทักษิณโดนข้อนี้) ประชาชนจะปะทะกัน (นายกฯทักษิณโดนข้อนี้)
อย่างล้มเจ้า นี่ 6 ตุลาโดนอย่างหนักเลยครับ แล้วก็เป็นเรื่องโกหกสิ้นเชิง หนังสือพิมพ์ดาวสยามไปแต่งรูป ไม่ต่างอะไรกับหนังสือพิมพ์ผู้จัดการกระพือเรื่อง ทำบุญในอุโบสถวัดพระแก้ว (นายกฯทักษิณทำตัวเสมือนเจ้า) วิทยุยานเกราะไปกระหน่ำให้ฆ่านักศึกษา เช่นกับที่เอเอสทีวีปลุกระดมทำลายรัฐบาลสมัครทักษิณและคนเสื้อแดง
อย่างทำให้ไทยเป็นคอมมิวนิสต์ ก็ใน 6 ตุลา ดาวสยาม หนังสือพิมพ์ฝ่ายขวาทุกฉบับ วิทยุทหารทุกสถานีปลุกระดมว่า นักศึกษา, ศูนย์นิสิตฯ, จะเปลี่ยนประเทศเป็นคอมมิวนิสต์ ไม่ต่างอะไรกับปฏิญญาฟินแลนด์ที่พวกพันธมิตรใส่ร้ายนายกฯทักษิณว่าจะเปลี่ยนประเทศเป็นคอมมิวนิสต์เป็นระบอบประธานาธิบดี แล้วหนังสือพิมพ์ผู้จัดการและหนังสือพิมพ์ฝ่ายขวาในปัจจุบันกระหน่ำโจมตีอย่างรุนแรง เพื่อให้ประชาชนคลั่งจนถึงขั้นที่จะกินเนื้อคนได้ ในปัจจุบันสุเทพเทือกสุบรรณและประชาธิปัตย์ยังบ้าคลั่งปลุกระดมว่า นปช.แดงทั้งแผ่นดิน นายกฯทักษิณจะสร้างระบอบประธานาธิบดีขึ้นในประเทศไทยจะสร้างรัฐไทยใหม่ที่มีระบอบประธานาธิบดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องโกหกตอแหลโดยสิ้นเชิง นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยืนยันครับว่าจุดมุ่งหมายทางการเมืองของเราคือ ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง (อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย) อันมีพระมหากษัตริย์ทางเป็นประมุขเท่านั้นครับ
เห็นไหมครับ ว่า รากเหง้าต่างๆในการโกหกใส่ร้ายป้ายสี ปั่นหัวประชาชนเพื่อให้หลงเชื่ออย่างหัวปักหัวปำเพื่อนำทางไปสู่การรัฐประหารยังคงดำรงอยู่ครับ
ที่กล่าวหาทักษิณว่าแทรกแซงองค์กรอิสระ แล้วพอ พวกทรราชย์รัฐประหาร 19 ก.ย. 49 ยึดอำนาจได้ พวกมันตั้งองค์กรอิสระของพวกมันเองขึ้นทั้งหมดเลยไม่ใช่หรือ ไม่ว่าจะเป็น กกต. ปปช. คตส. ตุลาการรัฐธรรมนูญ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กรรมการสิทธิมนุษยชนฯลฯ แล้วพวกคุณ มาด่าว่า นายกฯทักษิณได้อย่างไรในความเป็นจริงทักษิณไม่ได้ทำเช่นนั้นเลย
แล้วที่บอกว่าทักษิณคอรัปชั่นโกงกินนะ พอพวกทหารทรราชย์ยึดอำนาจได้ ก็เพิ่มงบประมาณกลาโหม จากเจ็ดหมื่นล้านมาเป็นหนึ่งแสนหนึ่งหมื่นล้านทันที เพิ่มสี่หมื่นล้านครับ เพิ่มมากกว่าห้าสิบเปอร์เซ็นต์ครับ แล้วไปซื้อเรือเหาะ ที่เหาะไม่ขึ้นสามสี่ร้อยล้านครับ รถเกราะยูเครนอีกหลายพันล้านครับ กริฟเฟนอีกหลายหมื่นล้านครับ โกงกินกันอย่างมหาศาล แล้วที่ซื้อมายังใช้งานไม่ได้เลยครับเรื่องทักษิณโกงพวกอำมาตย์ยังพิสูจน์ไม่ได้เลยครับ ที่หาเรื่องได้เพราะทักษิณฯต้องเซ็นชื่อให้คุณหญิงอ้อไปประมูลซื้อที่ดินของแบ็งค์ชาติเท่านั้นครับ
แล้วก็ไปเขียน พรบ.กลาโหม ให้มีเจ็ดคนคุมโยกย้ายทหารในกองทัพและในนั้นมีฝ่ายทหาร (เผด็จการ) อยู่ถึงห้าคนเลยครับ นี่ทำลายอำนาจอธิปไตยของประชาชนไทยไปโดยสิ้นเชิงในการดูแลกองทัพนะครับ แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ ที่ พล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ไปพบ พล.อ.สุรยุทธ์ จุฬานนท์ เพื่อนำเอาโผโยกย้ายนายทหารไปให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ตามที่ศาลปกครองได้กล่าวไว้ในคำวินิจฉัยที่ออกมา เท่ากับเป็นการยอมรับอย่างโจ่งแจ้งว่า พล.อ.สุรยุทธ์ กับ พล.อ.เปรม มีบทบาทในการโยกย้ายทหารในกองทัพ
นี่ไม่ใช่หลักฐานไม่ใช่ใบเสร็จมัดอย่างแน่นหนาหรือครับว่า นี่แหละคือระบอบอำมาตยาธิปไตย ใช่ไหมครับท่าน ?

คดีคนเสื้อแดงเดินหน้ารวดเร็ว แต่คดี พธม. ยังไปไม่ถึงไหน

เพื่อนๆครับ แล้วยังเรื่องที่พันธมิตร ปิดล้อมรัฐสภาโดยใช้ระเบิดปิงปองขว้างใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมาก ผู้หญิงที่ตายยังน่าสงสัยอยู่ครับว่า ตายด้วยแก็สน้ำตาจริงหรือ (ประเทศผู้ผลิตทั้งหลายเขายืนยันว่าแล้วว่าแก็สน้ำตามีซีทีเอ็กสารระเบิดเพียงเจ็ดกรัมเท่านั้น และหากจะสังหารได้ต้องมีสารระเบิดไม่ต่ำกว่าสองสามร้อยกรัมครับ ดังนั้นแก็สน้ำตาไม่ทำให้คนตายครับแม้จะโดนจังๆก็ตาม ต้องใช้กว่าสามสิบลูกขึ้นไปจึงตายครับ แล้วหญิงคนนั้นหนีบแก็สน้ำตาไว้ที่รักแร้สามสิบลูกหรือครับ) หรือหญิงคนนั้นตายด้วยระเบิดปิงปองที่ตนเองหนีบไว้เพราะรับฝากจากพวกพันธมิตรคนอื่นจำนวนมากแล้วเกิดระเบิดขึ้นกันแน่ครับ
แล้วสารวัตรจ๊าบที่หนังสือพิมพ์ทุกฉบับลงตรงกันว่า มีโทรศัพท์เข้ามา แล้วเขากดรับมือถือ ก็ระเบิดตูม สมองกระเด็นขึ้นไปแขวนบนต้นไม้ แขนขาข้างซ้ายเขากระเด็นหลุดเป็นท่อนอยู่บนรถปาเจโร แขนขาข้างขวาเขาหลุดกองอยู่นอกรถ แล้วยังมีระเบิดอีกสองระลอก ครั้งแรกจากในรถ ครั้งที่สองจากถังแก๊สถังน้ำมันของตัวรถเอง นี่ไม่ใช่คาร์บอมบ์ดอกหรือ แล้วหนังสือพิมพ์ (ฝ่ายขวาเองด้วย) ยังบอกต่อนะครับว่า ตอนเช้ารถคันนี้จอดใกล้กองบัญชาการตำรวจนครบาล ตอนเที่ยงจอดหน้ารัฐสภา ตอนบ่ายคล้อยจอดหน้าพรรคชาติไทยบนเส้นทางที่รถขน ส.ส. ส.ว. จะต้องผ่าน แล้วบังเอิญเกิดเหตุระเบิดฆ่าตัวคนทำเสียก่อนนั่นแหละครับ
นี่ไม่ใช่คาร์บอมบ์ดอกหรือ แล้วต้องการบอมบ์กองบัญชาการตำรวจนครบาลใช่ไหม ต้องการบอมบ์รัฐสภาใช่ไหม ต้องการบอมบ์รถ ส.ส. ส.ว. ใช่ไหม ทำไมเรื่องทั้งหมดหายลับไปกับสายลม แม้จะเป็นรัฐบาลของเราก็ตาม ผมยังต้องการเรียกร้องให้ทำความกระจ่างในเรื่องนี้ครับ
แล้วเรื่องที่พันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาลเปลี่ยนเป็นสถานเสพกามารมณ์หมู่ (ดังปรากฏหลักฐานที่หน่วยดูดท่อของ กทม. ที่เป็นพวกประชาธิปัตย์ประกาศว่า ที่ทำให้ท่อระบายน้ำในทำเนียบรัฐบาลตันเป็นเพราะถุงยางอนามัยที่มีจำนวนมากมหาศาลจนอุดท่อระบายน้ำทำเนียบครับ ก็คิดดูถุงยางอันเดียวชิ้นเล็กนิดเดียวถ้าจะอุดตันท่อระบายน้ำได้ต้องใช้จำนวนเท่าไร นี่คงร่วมเพศกันอย่างยับเยินบ้าคลั่ง ไม่ต่างกับสัตว์เสพสมหมู่ สนุกสนานสมอารมณ์หมายของทุกคนเลยใช่ไหมครับ ?) แล้วพันธมิตรยังได้ยึดเมมเฟรมของสภาความมั่นคงทั้งที่บรรจุความลับของแผ่นดิน ที่แม้แต่คนของรัฐบาลถ้าไม่เกี่ยวข้องห้ามมารับรู้ ตอนนี้คืนหมดแล้วหรือยัง ยังไม่รู้เลย เพราะคนของเสื้อเหลืองนั่นแหละเป็นใหญ่ใน สมช. แม้ในปัจจุบันก็ยังน่าสงสัยอยู่ว่าพวกคุณเป็นเสื้อเหลืองหรือเปล่า พวกคุณเป็นฝ่ายอำมาตย์หรือเปล่า ทำไมไม่สืบสาวราวเรื่องให้ถึงที่สุด แล้วเอาโทษตามกฎหมายกับพวกพันธมิตรครับ
พวกพันธมิตรยังไปยึดอีกหลายที่ เช่น กระทรวงคลัง กระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตร ธนาคารแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์และที่สำคัญคือยึดช่อง 11 ได้พยายามเชื่อมสัญญาญกันเอเอสทีวีเพื่อถ่ายทอดเอเอสทีวี นี่มีความผิดร้ายแรงเกือบเท่ากบฏเลยนะครับ คดีกลับเป็นเรื่องแผ่วเบาแค่ใช้กำลังบุกรุกสถานที่ราชการเท่านั้น
ที่ร้ายแรงที่สุดก็คือยึดสนามบินดอนเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ มีการชักปืนยิงประชาชนที่ซอยวิภาวดี 3 ถ่มน้ำลายใส่ พตอ.สน.ดอนเมือง จนท่วมตัวบังคับให้กราบกราน ขึ้นไปหอบังคับการบินสุวรรณภูมิ ทำร้าย รปภ. และประชาชนในสนามบิน มีความผิดตามกฎหมายก่อการร้ายสากล ยังไม่มีอะไรคืบหน้า เทียบกับเสื้อแดง ที่โดนข้อหากบฏขึ้นศาล โดนข้อหาเผาบ้านเผาเมืองขึ้นศาลติดคุกกันไปแล้วมากมายทั้งที่คดีไม่ถึงสองสามเดือน เป็นต้น
แล้วพวกอำมาตย์ใช้กลไกของตุลาการรัฐธรรมนูญมาขับนายกฯสมัครข้อหาทำกับข้าว ไม่ให้โอกาสพรรคพลังประชาชนแถลงปิดคดี (บอกล่วงหน้าเพียงหนึ่งชั่วโมงแล้วให้แถลงด้วยวาจาไม่ถือว่าให้โอกาสครับ) จากนั้นก็เกิดงูเห่า แล้วไปจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร จนประชาชนเรียกร้องให้ ยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน แต่รัฐบาลอภิสิทธิ์ใช้การทหารปราบปรามประชาชนจนมีการเสียชิวิตกว่า 98 ศพ บาดเจ็บกว่า 2000 เช่นนี้เราจะปล่อยผ่านไปโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวได้อย่างไร
รัฐธรรมนูญ 2550 ที่เป็นรัฐธรรมนูญเผด็จการยังสำแดงอานุภาพชั่วร้ายอยู่แล้วเราจะนิ่งเฉยได้อย่างไร
ดังนั้นพวกเรายังต้องเดินหน้าในการ ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยประชาชนให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงให้ได้ ยังต้องเดินหน้าเอาฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชนเมื่อเมษา-พฤษภา 53 มาลงโทษตามกฎหมายทั้งในและต่างประเทศให้ได้ ยังต้องเดินหน้าช่วยเพื่อนเราออกจากคุกทุกคนให้ได้ครับ
นี่ผมยังไม่ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ สงกรานต์เลือดในปี 52 เลย พลทหารอภินพ เครือสุข อายุ 25 แข็งแรงมากหัวล้มฟาดชักโครกตายง่ายๆงั้นหรือ เทปเสียงคล้ายนายอภิสิทธิ์สั่งฆ่าประชาชนเป็นเรื่องจริงหรือเรื่องเท็จ สองศพที่ถูกมัดมือไพล่หลังฆ่าลอยขึ้นฝั่งทางท่าพระอาทิตย์ตายเพราะใคร เหตุการณ์รถแก็สทำไมเริ่มออกรถที่คิงส์พาวเวอร์ซอยรางน้ำแล้วไปจอด รพ.สงฆ์ ก่อนไปแฟล็ตดินแดงเป็นต้น
เพื่อนๆครับ มีเรื่องมากมายที่เราต้องช่วยกันหาความกระจ่าง ที่เราต้องช่วยกันจดจำและบอกเล่ากันต่อๆไปชั่วลูกหลานเหลนโหลนเพื่อไม่ให้พวกชั่วร้ายเลยทรามทำความชั่วซ้ำเดิมอีกต่อไปนะครับ
แล้วผมจะพยายามหาเวลามาสนทนากับเพื่อนๆอยู่เรื่อยๆครับ มีความเห็นอะไรก็กรุณาแลกเปลี่ยนกันนะครับ

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 

โฆษกเพื่อไทย ข้องใจ “ผู้ตรวจการ” รับลูกฝ่ายค้าน

 
ฐานเศรษฐกิจ 15 กันยายน 2555 >>>

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดิน มีคำวินิจฉัยถึงกระทรวงการต่างประเทศเพื่อให้ทบทวนการคืนพาสปอร์ตให้กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี  และต่อมาฝ่ายค้านได้หยิบยกกรณีนี้มาขยายผลอย่างต่อเนื่องว่า ตนรู้สึกแปลกใจ กับการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินชุดนี้ เพราะถ้าย้อนไปดูสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่มีการร้องเรียนเรื่องต่างๆหลายเรื่องแต่กลับล่าช้า ไม่มีความคืบหน้า แต่เมื่อมาถึงรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีกลับพบว่า การทำงานเป็นไปด้วยความรวดเร็ว บางเรื่องยังไม่มีคนร้องเรียนก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์จนเป็นประเด็นทางการเมือง
ตนจึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีความรอบคอบ ทำเป็นมติอย่างชัดเจนก่อน ไม่ใช่ออกมาพูดเร็วเกินไป เพราะมีผลทางการเมือง เรื่องพาสปอร์ตของ พ.ต.ท.ทักษิณ นั้น ทำให้สังคมมองว่า เป็นการแทรกแซงการทำงานของรัฐบาลหรือไม่ จึงอยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินไปสำรวจมาตรฐานของตัวเองด้วย
   “ตนตั้งข้อสังเกตุว่าเมื่อดูท่าทีของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลนั้น เหมือนจะออกมารับลูกสอดคล้องกันตลอด จึงรู้สึกสงสัยในการทำหน้าที่ของผู้ตรวจการแผ่นดินบางคนว่า น่าจะมีความใกล้ชิดกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลหรือไม่ อยากให้ผู้ตรวจการแผ่นดินวางตัวเป็นกลางให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้จริงๆ ”

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 

“เหวง” หวังรัฐบาลเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

 
 
วันนี้ (15 ก.ย.) ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ นปช. (คนเสื้อแดง) ชุมนุมเนื่องใน “ครบรอบ 6 ปีการรัฐประหาร คนสั่งการยังลอยนวล” ยังคงมีการผลัดเปลี่ยนการปราศรับจากแกนนำคนต่างเช่น นพ.เหวง โตจิราการ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดง อย่างไรก็ตามในช่วงเวลา 16.00 น .ที่ผ่านมา มีการปิดจราจรบริเวณ ถนนราชดำเนินเพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางมารับฟังการปราศรัย จากแกนนำทั้งนี้ เวลา 20.45 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ จะโฟนอินเข้ามาด้วย
นพ.เหวง กล่าวว่าที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ถูกใส่ร้ายมาโดยตลอด เช่น เรื่องปฏิญญาฟินแลนด์ เรื่องการขายหุ้นที่ไม่ต้องไม่ต้องเสียภาษี เป็นต้น เรื่องเหล่านี้คนเสื้อแดงต้องรับทราบข้อมูลที่เป็นจริง และอยากให้รัฐบาลชุดนี้เดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระที่ 3 อย่างเร็วที่สุด ส่วนการปรองดองนั้นต้องทำความจริงให้ปรากฏ ซึ่งขณะนี้มีความเป็นไปได้ที่รัฐบาลชุดนี้จะรับรองอำนาจศาลอาญาระหว่างประเทศในช่วงเหตุการณ์ เม.ย.-พ.ค. 53 เพื่อ ทำความจริงให้ปรากฏ
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 

25 ชั่วโมงระทึก ! ถอดถอน “เทพเทือก” วุฒิสภานัดลงมติ 18 ก.ย.

 
สำนักข่าวอิศรา 16กันยายน 2555 >>>

นางนรรัตน์ พิมเสน เลขาธิการวุฒิสภา ได้มีหนังสือสำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ด่วนมาก ที่ สว 0007/ (ว 10) เรื่อง การประชุมวุฒิสภา ส่งไปยัง ส.ว. ทุกๆ คน มีสาระสำคัญว่า นายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา มีคำสั่งให้นัดประชุมวุฒิสภา ครั้งที่ 10 (สมัยสามัญทั่วไป) ในวันที่ 17 ก.ย.2555 เวลา 10.00 น. และครั้งที่ 11 (สมัยสามัญทั่วไป) เป็นพิเศษ ในวันที่ 18 ก.ย.2555 เวลา 11.00 น. ณ ตึกรัฐสภา
โดยมีวาระสำคัญได้แก่ การพิจารณา (3) เรื่องด่วน ข้อ 1.การประชุมวุฒิสภาเพื่อดำเนินกระบวนการถอดถอนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ส.ส.สุราษฎร์ธานี พรรคประชาธิปัตย์ สมัยดำรงตำแห่นงรองนายกรัฐมนตรี ออกจากตำแหน่ง ตามมาตรา 273 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย-การรับฟังคำแถลงการณ์ปิดสำนวนด้วยวาจาของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และผู้ถูกกล่าวหา (นายสุเทพ)
สำหรับขั้นตอนการถอดถอนนายสุเทพ ในวันที่ 17 ก.ย.2555 วุฒิสภาจะเปิดโอกาสให้ผู้กล่าวหา คือ ป.ป.ช. และผู้ถูกกล่าวหาคือนายสุเทพ ได้แถลงปิดคดีด้วยวาจา ก่อนจะนัดลงมติ ในวันที่ 18 ก.ย.2555 โดยทั้ง 2 ขั้นตอนจะห่างกันราว 25 ชั่วโมงเท่านั้น
ทั้งนี้ การลงมติจะใช้วิธีการลงคะแนนลับแบบขานชื่อ โดยจะต้องใช้เสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 5 ซึ่งขณะนี้มี ส.ว. อยู่ทั้งสิ้น 146 คน แปลว่าต้องได้เสียงอย่างน้อย 89 คนขึ้นไป นายสุเทพถึงจะถูกถอดถอน
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 มาตรา 274 วรรคสอง ได้กำหนดโทษของการถูกถอดถอนไว้ว่า “ผู้ใดถูกถอดถอนออกจากตำแหน่งให้ผู้นั้นพ้นจากตำแหน่งหรือให้ออกจากราชการ นับแต่วันที่วุฒิสภามีมติให้ถอดถอน และให้ตัดสิทธิผู้นั้นในการดำรงตำแหน่งใดในทางการเมือง หรือในการรับราชการเป็นเวลาห้าปี”

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 

เอแบคโพลล์ ชี้ ปชช. 75.2 % อยากให้ปรับ ครม. ดึง “เพรียวพันธ์” มาเป็นรัฐมนตรีดูแลยาเสพติด

 
มติชน 16 กันยายน 2555 >>>

ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผยผลวิจัยเชิงสำรวจ เรื่อง การปรับคณะรัฐมนตรี  เมื่อวิเคราะห์ผลสำรวจประชาชนใน 17 จังหวัดของประเทศ ถึงความคิดเห็นต่อการปรับคณะรัฐมนตรี พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 75.2 ระบุควรปรับคณะรัฐมนตรี โดยปัญหาการทำงานของรัฐบาลที่ควรปรับคณะรัฐมนตรี หาคนใหม่มาแก้ปัญหาแทน ได้แก่ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 74.6 ระบุปัญหาปากท้อง ค่าครองชีพ รองลงมาคือร้อยละ 69.2 ระบุปัญหาอาชญากรรมและยาเสพติด ร้อยละ 62.5 ระบุปัญหาทุจริตคอรัปชั่น ร้อยละ 61.1 ระบุปัญหาด้านการศึกษา ร้อยละ 58.9 ระบุปัญหาการบุกรุกที่ดินอุทยาน ป่าไม้ ร้อยละ 43.6 ระบุปัญหาแรงงานข้ามชาติ ค้ามนุษย์ และร้อยละ 22.9 ระบุปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาน้ำท่วม ปัญหามลพิษ และปัญหาชุมชนแออัด เป็นต้น
เมื่อถามความคิดเห็นต่อข้าราชการที่จะเกษียณอายุและกำลังสร้างผลงานในข่าวระยะหลังนี้ในตำแหน่งรัฐมนตรีที่จะดูแลสานต่องานที่กำลังทำอยู่ในขณะรับราชการ พบว่า ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 70.2 เห็นด้วยถ้ารัฐบาลจะให้ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ เป็นรัฐมนตรีดูแลด้านปัญหายาเสพติดและอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 64.3 ระบุว่าสำเร็จได้ยาก ถ้า พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ไม่อยู่ในตำแหน่งที่มีอำนาจในการแก้ปัญหายาเสพติดโดยตรง เพราะ ขนาดมีอำนาจยังต้องลงไปลุยด้วยตนเอง ถ้าไม่มีอำนาจสั่งการจะทำงานได้อย่างไร จะประสบความสำเร็จได้อย่างไร จะไม่มีใครเชื่อฟัง ไม่มีคนทำตามเพราะไม่มีอำนาจสั่งการอะไร ปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาซับซ้อนมองมิติปราบปรามอย่างเดียวไม่ได้ และมีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของขบวนการค้ายาเสพติด ถ้าไม่มีอำนาจและจะสั่งการใครได้ เป็นต้น
แต่กลุ่มที่คิดว่าสำเร็จได้ง่ายในการแก้ปัญหายาเสพติดของ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ เพราะน่าจะมีบารมี มีพรรคพวก อดีตผู้ใต้บังคับบัญชาที่ทำตามให้บรรลุเป้าหมายได้ เป็นต้น
นอกจากนี้ ส่วนใหญ่หรือร้อยละ 56.9 เห็นด้วยถ้ารัฐบาลจะให้ นายดำรง พิเดช อธิบดีกรมอุทยานเป็นรัฐมนตรีดูแลแก้ปัญหาบุกรุกที่อุทยานและป่าไม้ และร้อยละ 57.4 เห็นด้วยถ้ารัฐบาลจะให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์เป็นรัฐมนตรีดูแลด้านเศรษฐกิจ ในขณะที่ร้อยละ 42.6 ไม่เห็นด้วย

::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::
 

‘ทักษิณ’ โฟนอินบอก ‘คิดถึงบ้าน’

 
กรุงเทพธุรกิจ 16 กันยายน 2555 >>>

 

“ทักษิณ” โฟนอิน วอนทบทวน 6 ปีที่ผ่านมาประเทศได้อะไร ทุกฝ่ายหยุดเอาชนะเพื่อประเทศเดินหน้าชี้ยังไม่ได้กลับบ้านไม่เป็นไร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าเมื่อเวลา 20.23 น. วันที่ 15 ก.ย. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินมายังการชุมนุมของกลุ่มนปช.โดยใช้เวลาประมาณ 10 นาที ในการชุมนุมรำลึก 6 ปีรัฐประหารเนื้อหาว่า ขอคารวะหัวใจที่ยิ่งใหญ่ของกลุ่มผู้ชุมนุม วันนี้ฝนตกก็ยังไม่เคยขาด ตนอยู่เมืองนอกมา 6 ปี มีกำลังใจได้ก็เพราะพี่น้องกลุ่มคนเสื้อแดง ตนคิดถึงบ้าน คิดถึงพี่น้องทุกคน แต่ว่าเหตุการณ์บ้านเมืองยังไม่เรียบร้อย ไม่กลับก็ไม่ว่ากัน ในวันที่ 19 ก.ย. นี้จะครบรอบ 6 ปีรัฐประหาร 6 ปีที่ผ่านมานั้นประเทศเสียหายมากขนาดไหน ประชาธิปไตยถึงกระชากออกจากมือคนไทย และสิ่งที่เกิดขึ้นคือบ้านเมืองบริหารยากมาก ถึงแม้ว่าจะเลือกพรรคเพื่อไทยเข้ามาแต่ก็มาบริหารภายใต้รัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นใจจะให้เป็นประชาธิปไตย และเมื่อไรจะมีการเปลี่ยนแปลงที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนส่วนใหญ่ ประชาชนส่วนน้อยไม่กี่คน แต่บังเอิญว่าเส้นใหญ่ทำให้บ้านเมืองหยุดชะงัก
   “ผมอยากจะวิงวอนให้ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นเสื้อสีอะไรให้หันกลับไปทบทวนว่า 6 ปีที่ผ่านมาบ้านเมืองได้อะไร ประชาชนได้อะไรและมีใครได้บ้าง ความเสียหายครั้งนี้ใหญ่หลวงมากนักเป็นความเสียหายที่ขยายวงกว้างเกิดกับสถาบันตุลาการ และสถาบันทางด้านความยุติธรรมก็เสียหาย เพราะเราต้องการชนะคะคานกัน โดยไม่คำนึงถึงจริยธรรม หลักนิติธรรมความถูกต้อง” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า ตอนนี้นักการเมืองก็เปรียบเสมือนอาชีพที่จะมุ่งเข้าสู่อำนาจโดยไม่คำนึงถึงเจตนารมณ์ว่าจะต้องทำเพื่อประชาชน คิดแต่เอาชนะคะคานกันอย่างเดียว โดยไม่เคยกลับไปทบทวนว่า 6 ปีนี้ความเสียหายเกิดขึ้นขนาดไหน นักการเมืองอยากเอาชนะจนหันไปสนับสนุนเผด็จการ
   “วันนี้ถ้าเราหันหน้าเข้าหากันเป็น 6 ปีรัฐประหารที่ประเทศช้ำมากที่สุด เพราะโลกมันเปลี่ยนไปแล้ว ประชาชนได้ลิ้มรสความเป็นประชาธิปไตยไปแล้วแต่จะมาถอยหลังมันไม่เหมือนเมื่อก่อน เพราะเมื่อก่อนนั้นมีการเปรียบเทียบ ว่าตรงไหนเป็นอย่างไรแต่บังเอิญมีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง ไม่มีความคิดที่ทันโลกคิดเอาแต่เรื่องของอำนาจบ้านเมืองจึงต้องถอยหลังอย่างนี้ อยากให้ทุกฝ่ายทบทวนทำอะไรก็ได้ให้บ้านเมือง ไม่มีปัญหา ผมจะกลับเมืองไทยหรือไม่กลับไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่เป็นห่วงประชาชนห่วงบ้านเมืองว่า ถ้าปล่อยไปความเจริญของเราจะล้าหลัง” พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ในปี 2014-2015 เราจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียน จะเป็นช่วงให้เห็นชัดว่าเราล้าหลังและจะเสียเปรียบคนอื่น แล้วเราจะทะเลาะกันอยู่ทำไม เราทำไมไม่วางกติกาให้ประเทศเดินหน้าได้ ห่วงแต่ตัวเอง ตนมีเพื่อนอยู่ตะวันออกกลางมาถามว่าจะเอาเงินมาลงทุนในประเทศไทยแสนล้าน จะลงทุนอะไรดีแต่ประเทศเราเละ จนเมืองใหญ่ๆของโลกเข้ามาไม่ได้จริงๆแล้วเรามีศักยภาพสูง แต่เราเสียเวลากับการทะเลาะกัน อิจฉากันบ้านเมืองถึงได้เป็นอย่างนี้ และที่ตนพูดในวันนี้ไม่ได้พูดเพื่อใคร แต่อยากให้หันกลับไปอยู่บนโลกความจริงว่า 6 ปีผ่านมาได้อะไร เราจะปล่อยไปให้แย่อย่างนี้หรือจะทำให้มันดี ถ้าจะให้ดีต้องหยุดเรื่องของตัวเอง
เขากล่าวอีกว่า ตนพูดให้ทุกฝ่ายได้กลับไปคิดว่าการปฏิวัติเป็นหายนะของประเทศ ขอร้องทุกฝ่ายว่าเดินหน้ากันดีกว่าหาสิ่งที่ถูกต้องส่วนพี่น้องที่ลำบากจากการสลายการชุมนุมรัฐบาลก็ได้ทำการเยียวยาไปในระดับหนึ่งแล้วและอยากจะบอกข่าวดีกับพี่น้องว่า วันนี้ได้รับข้อมูลว่าทางอัยการศาลโลกได้ให้ความสนใจคดีการสลายการชุมนุมมากขึ้นเป็นลำดับ และเชื่อว่าคงจะมีการเข้ามาตรวจสอบสอบสวนสิ่งที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ตนเป็นห่วงว่าถ้าบ้านเมืองเรายังหาข้อยุติไม่ได้เราก็จะมีบุคคลภายนอกเข้ามายุ่งเกี่ยวกับประเทศเราทั้งที่เราควรจะจบด้วยตัวเราเอง แต่เราไม่สามารถจบด้วยตัวเองได้ เพราะเอาแต่ชนะคะคาน พี่น้องเสื้อแดงเสียสละเพื่อความเป็นธรรมและการปฏิวัติต่อไปก็จะทำได้ยากขึ้น เพราะพี่น้องเสื้อแดงไม่เคยลืมว่าการปฏิวัติทำร้ายเราอย่างไร ตนไม่เคยลืมว่าสิ่งหนึ่งที่อยากจะกลับบ้านไปขอบคุณพี่น้องที่เสียสละทุ่มเท และมีกำลังใจให้และเป็นกำลังสำคัญในการต่อต้านเผด็จการหวังว่าคงจะได้กลับไปรับใช้ตอบแทนบุญคุณ อีกไม่นานเราคงจะได้มาอยู่ด้วยกัน ตนขอบคุณพี่น้องกี่ปีก็จะรอเพราะถือว่าพี่น้องรอได้ ตนก็รอได้

 
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::